อภ.บรรจุน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ 3 รายการในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร

ข่าวทั่วไป Thursday May 12, 2022 11:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

อภ.บรรจุน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ 3 รายการในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร

ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ได้พิจารณาบรรจุน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ ขององค์การเภสัชกรรม เป็นรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ.2564 และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 โดยน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม ที่ได้รับการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร จำนวน 3 รายการ ได้แก่

1. ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี THC สูง

2. ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD สูง

3. ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD และTHC สัดส่วนเท่ากัน

รายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นยาสำหรับใช้ในโรงพยาบาล และสถานบริการสาธารณสุข โดยมีสรรพคุณและข้อบ่งใช้ตามข้อกำหนดทางการแพทย์ โดยน้ำมันสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ ขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 3 รายการเป็นรูปแบบยาหยดใต้ลิ้น ประกอบด้วย 1.ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี THC สูง รักษาเสริมในการรักษาภาวะคลื่นไส้ อาเจียนจากเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือมีอาการปวดในระดับปานกลางจนถึงรุนแรง 2.ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD สูง ตามโครงการของกรมการแพทย์ และ 3.ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี CBD และTHC สัดส่วนเท่ากัน รักษาเสริมในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายที่นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปวดปานกลางถึงรุนแรง

ภญ.นันทกาญจน์ กล่าวว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรได้ ในระบบบริการสุขภาพของรัฐ โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านยา ปัจจุบันมีหน่วยบริการทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจ่ายกัญชาทางการแพทย์ที่เป็นโรงพยาบาลภาครัฐ จำนวน 893 แห่ง ทั่วประเทศ และเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษา จึงควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและสั่งจ่ายยา ซึ่งแพทย์เหล่านี้ได้ผ่านการอบรมการใช้กัญชามาอย่างถูกต้อง และเลือกใช้ยาที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย โดยเฉพาะยาที่ได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว และเป็นยาที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร

"การบรรจุยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ป่วย และส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาที่มีความจำเป็นได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยาที่มีราคาสูง และส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาใช้ยาที่ผลิตจากสมุนไพร ทดแทนการนำเข้ายาที่มีฤทธิ์ในการรักษาคล้ายกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศลงได้" ภญ.นันทกาญจน์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ