บพข. เผยผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2563 ภายใต้งบประมาณกว่า 3 พันล้านบาท

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday June 11, 2021 09:37 —ThaiPR.net

บพข. เผยผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2563 ภายใต้งบประมาณกว่า 3 พันล้านบาท

ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เปิดเผยว่า บพข. เป็นหน่วยงานบริหารจัดการทุนที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศ เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและศาสตร์ต่างๆ เชื่อมโยง Value Chain ที่ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูง สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศพัฒนาสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยแบ่งกรอบงานวิจัยเป็น 7 กรอบ ประกอบด้วย เกษตรและอาหารมูลค่าสูง, สุขภาพและการแพทย์, การจัดการการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์, พลังงานเคมีและวัสดุชีวภาพ, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, เศรษฐกิจหมุนเวียน, บีซีจี เชิงพื้นที่ โดยเน้นการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ในภูมิภาค

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานวิจัยจะไปสู่ความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม บพข. ยังสนับสนุนทุนวิจัยแผนงานวิจัยด้านกลไกการขับเคลื่อนทั้งด้าน Technology Localization โดยเป็นการวิจัยระดับ TRL5 ขึ้นไป เช่น การพัฒนาต้นแบบ (Prototype) หรือเทคโนโลยีสำคัญที่ผ่านการออกแบบและพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศโดยคนไทย และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และ/หรือด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจนวัตกรรมใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยผ่านการทดลองใช้งานจริง สนับสนุนด้าน Deep Science & Technology การส่งเสริมขับเคลื่อนงานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงลึก เพื่อให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงออกสู่เชิงพาณิชย์ ด้าน National Quality Infrastructure เพื่อวางแผนการลงทุนที่จำเป็นของภาครัฐที่ต้องมีการลงทุนอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้และประเทศไทยจะยังได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนดังกล่าว Public Private Partnership-Innovation Driven Enterprise (PPP-IDEs) เป็นการสนับสนุนที่มุ่งศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กให้สามารถสร้างนวัตกรรมได้ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือระหว่างผู้ซื้อ (รัฐ เอกชน) กับ SMEs เพื่อพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของหน่วยงานนั้นๆ ตลอดจนเชื่อมโยงองค์ความรู้จากบริษัทใหญ่สู่บริษัทในห่วงโว่คุณค่า เพื่อยกระดับทั้งอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน และ Global Partnership ที่สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ ทำให้เกิดกระบวนการเลือกรับและถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยีอย่างมีทิศทางตรงตามความต้องการของประเทศ เกิดการสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

"ในปีงบประมาณ 2563 บพข. ได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อให้ทุนวิจัยทั้งสิ้น 3,170.83 ล้านบาท โดยงบประมาณจำนวน 561.93 ล้านบาท ได้นำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตชุดตรวจ SARS-CoV-2 ด้วยวิธี Real-Time RT-PCR (qPCR) เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยได้ร่วมพัฒนาและผลิตชุดตรวจจากต้นแบบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาขึ้น และผลิตชุดตรวจ 380,000 ชุด เพื่อมอบให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมวิจัยพัฒนาชุดตรวจเพื่อลดขั้นตอนการตรวจในลักษณะ Extraction-free Real-time RT-PCR เพื่อให้ได้ชุดตรวจที่มีประสิทธิภาพ สะดวกและรวดเร็วในการตรวจ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุดตรวจแลมป์เปลี่ยนสีสำหรับการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และการทดสอบใช้ในวงกว้าง เพื่อให้สามารถนำไปใช้บูรณาการกับแผนควบคุมโรค และนำไปติดตั้งใช้งานที่ด่านคัดกรองโรคที่สนามบิน และโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งการตรวจคัดกรองแบบเร็วนี้ให้ผลภายใน 1 ชั่วโมงซึ่งจะช่วยสนับสนุนการคัดกรองโรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดต่อไป" ดร.สิรี กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานแผนงานเกษตรและอาหารมูลค่าสูง ได้ให้ทุนในหลายโครงการสำคัญ อาทิ โครงการผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากสารสกัดแซนโทนในเปลือกมังคุดอินทรีย์ด้วยเทคนิคโครมาโตกราฟีขั้นสูงในระดับอุตสาหกรรม โดยเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับบริษัท ควอลิตี้พลัสเอสเทติคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อพัฒนาและขยายกำลังการผลิตเครื่องสกัดด้วยของเหลวความดันสูง สำหรับการแปรรูปเปลือกมังคุดอินทรีย์และผลผลิตการเกษตรเชิงพาณิชย์ และเพื่อขยายการผลิตสารแซนโทนจากเปลือกมังคุดจากระดับห้องปฏิบัติการสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เจลนาโนอิมัลชันที่บรรจุแซนโทนจากเปลือกมังคุดสำหรับการรักษาแผลกดทับ

แผนงานกลุ่มสุขภาพและการแพทย์ มีหลายผลงานวิจัยเด่น ที่ริเริ่มไปแล้วเช่นการพัฒนายาชีววัตถุคล้ายคลึงสำหรับกระตุ้นเม็ดเลือดขาวสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด (Biosimalar pegfilgrastim หรือ PEG-GCSF) ที่ผลิตในประเทศไทยตามมาตรฐานยุโรปเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก โดยผลงานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยลดการนำเข้าและเพิ่มรายการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อส่งออก ลดต้นทุนในการผลิตสารชีวภัณฑ์ และทำให้ประชาชนเข้าถึงยาในราคาที่ถูกลง แผนงานกลุ่มพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ มีตัวอย่างงานวิจัยที่น่าสนใจ คือ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากพอลิเมอร์ชีวภาพเชิงประกอบขั้นสูงโดยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิจากเส้นพลาสติกชีวภาพเชิงประกอบโดยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ โดยการพัฒนาสูตรคอมพาวนด์และเส้นเชิงประกอบพร้อมใช้สำหรับขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์รับรู้อุณหภูมิ ซึ่งสามารถนำไปสู่การผลิตภาชนะต่างๆ ที่บ่งบอกสถานะร้อนเย็นได้ เครื่องประดับที่เมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิร่างกายแล้วมีการเปลี่ยนสีหรือเป็นชิ้นงานใช้เป็นวัสดุรับรู้อุณหภูมิ รวมถึงยังมีผลงานวิจัยที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างการศึกษาแนวทางเพื่อเปลี่ยน PPE ใช้แล้วและขยะปลอดเชื้อให้เป็นพลังงานโดยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชันสามขั้นตอน โดยเป็นการสร้างต้นแบบการจัดการ PPE ใช้แล้วที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และขยะปลอดเชื้ออื่นๆ ด้วยเทคโนโลยี 3-State Gasification และสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านดังกล่าว โดยมีผลพลอยได้คือพลังงานทดแทนในรูปพลังงานความร้อนหรือไฟฟ้า

แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้ดำเนินการบริหารจัดการแผนงานการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในเชิงรุกให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีคุณภาพด้านกีฬาและสปา โดยการวิเคราะห์ SWOT จะนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ จัดทำแผนที่กลยุทธ์ แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้านกีฬาและสปาเพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในด้านดังกล่าวที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป ส่วนแผนงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้ดำเนินการเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียนจากขยะพลาสติกโพลีเอทิลีน พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต ลามิเนตกับอะลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมวัสดุ rFoil จากขยะพลาสติกโพลีเอทิลีน พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต ลามิเนตกับอะลูมิเนียมฟอยล์ และขยะพลาสติกโพลีเอทิลีน ที่มีมูลค่าเพิ่ม 1.5 เท่า นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากวัสดุ rFoil รวมทั้งเทคโนโลยีอัพไซคลิ่ง สำหรับผลิตภัณฑ์ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจบ้านและสวน เป็นต้น

แผนงานด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม มีการให้ทุนเกี่ยวกับระบบแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ในการบริการการดูแลการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ แผนงานบีซีจี ภูมิภาค ได้มีการให้ทุนในหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการป้องกันและชะลอโรคไตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำตู้อัจฉริยะต้นแบบที่สามารถตรวจบ่งชี้การทำงานของไตระยะเริ่มต้น ชุดทดสอบตัวบ่งชี้การทางานของไต (NGAL) และชุดทดสอบตัวบ่งชี้การทางานของไต (CyclophylinA) โดยประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงสูงจะได้รับการคัดกรองในราคาถูกและสะดวกเพราะติดตั้งในพื้นที่ และได้รับการคัดกรองโรคไตก่อนที่ไตจะเสื่อมมากขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคไตเรื้อรัง ส่วนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้ประโยชน์ในการติดตามการดำเนินของโรคเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการชะลอไตเสื่อม สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล ระดับอำเภอ จะมีระบบลงทะเบียน ติดตามผลและรายงาน (CKD registry) นอกจากนี้ ยังมีโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อพัฒนาแนวทางและดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีแบบครบวงจร รวมทั้งขยายการทำงานให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงให้มากยิ่งขึ้น และพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อใช้ประสานและติดตามผลในทำงาน การแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีในทุกระดับและทุกมิติ ตลอดจนเพื่อพัฒนาการป้องกันการเฝ้าระวังการคัดกรองและการรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้าดีในระดับชาติที่รูปธรรมและยั่งยืน และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครัวเรือนประเทศ

แผนงาน Deep Science and Tech Accelerator ได้มีการสนับสนุนให้เกิดศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโครงการที่สร้างแพลตฟอร์มบ่มเพาะและพัฒนาธุรกิจที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงลึก มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจเริ่มต้นหรือวิสาหกิจฐานนวัตกรรม ส่งเสริมและเร่งงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่ให้สามารถไปอยู่ในกลุ่มที่ระดับ TRL 7 - 8 หรือสามารถผลักดันเพื่อพัฒนาไปสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและมีโอกาสในการเติบโตทางการตลาดที่มีมูลค่าสูง รวมถึงเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยเทคโนโลยี นวัตกรรม โดยบุคลากรของมหาวิทยาลัย และเครือข่ายพันธมิตรของศูนย์วิจัยฯ ไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบผลงานวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรมก้าวกระโดด เกิดเป็น New S-Curve ตลอดจนเกิดการจดสิทธิบัตร เกิดเป็นบริษัท Spin-off Company และเกิดการจ้างงานใหม่โดยเป็นงานขั้นสูงอีกด้วย

ด้านแผนงาน Technology Localization มีการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบรถไฟฟ้ารางเบาโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย เพื่อต่อยอดไปสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นการออกแบบสร้างต้นแบบโบกี้(Bogie) ต้นแบบตัวถัง (Car Body) ต้นแบบมอเตอร์ลากจูง (Traction Motor) ต้นแบบอินเวอร์เตอร์ขับเคลื่อนมอเตอร์ลากจูง (Traction Inverter) ต้นแบบระบบปรับอากาศ (Cooling System) ต้นแบบแพนโตกราฟ (Pantograph) ต้นแบบระบบจ่ายไฟฟ้าเสริม (Auxiliary Power Unit) ต้นแบบอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวราง (Fastener) และต้นแบบหมอนคอนกรีต (Sleeper) ผสมยางพาราสำหรับรถไฟฟ้ารางเบา และทดสอบคุณสมบัติตามมาตรฐาน เป็นต้น


แท็ก นวัตกรรม  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ